คุณภาพ DOT ของน้ำมันเบรค เรื่องที่คุณต้องรู้ก่อนจะเปลี่ยน

คุณภาพ DOT ของน้ำมันเบรค เรื่องที่คุณต้องรู้ก่อนจะเปลี่ยน

ชุดเบรคและน้ำมันเบรค

 

               น้ำมันเบรก ถือได้ว่าสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะน้ำมันเบรกจะทำหน้าที่ในการประสานงานควบคุมกลไกระหว่างแป้นเหยียบกับระบบหยุดล้อเพื่อให้รถหยุดวิ่ง แม้ว่าผู้อ่านจะถอยรถใหม่มาไม่นานหรือนานมากกว่า 3 เดือน การเช็กน้ำมันเบรคให้อยู่ในปริมาณและคุณภาพที่เหมาะสมก็จะช่วยรักษาประสิทธิภาพของระบบเบรคได้ 

               แต่ถ้าวันดีคืนดี น้ำมันเบรคพร่องหรือน้ำมันเบรคเริ่มดูสปรก ก็ถึงเวลาที่ไปตรวจสอบระบบเบรคและหาซื้อน้ำมันเบรคมาสักขวด นอกจากยี่ห้อ ความจุ และราคาน้ำมันเบรคแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดก็คือระดับมาตรฐานของน้ำมันเบรคขวดใหม่ ซึ่งตัวน้ำมันเบรคจะมีการกำหนดค่ามาตรฐานสำหรับน้ำมันเบรคที่เรียกว่า Department of Transportation หรือชื่อย่อว่า DOT ซึ่งส่วนผสมของสารเคมีที่แตกต่าง ก็จะให้ค่าจุดเดือดที่แตกต่าง ทั้งจุดเดือดแห้งและจุดเดือดเปียก แต่ก่อนจะรู้ DOT ระดับต่างๆ มารู้จักค่าจุดเดือดทั้ง 2 แบบกันก่อน

 

จุดเดือดแห้ง

               หมายถึงน้ำมันเบรคที่ไม่มีส่วนผสมของโมเลกุลน้ำ 100% หรือเรียกได้ว่าเป็นน้ำมันเบรคใหม่ ความหนืดสูง ซึ่งจะให้ค่าจุดเดือดที่สูงมาก

 

จุดเดือดเปียก

               หมายถึงน้ำมันเบรกนั้นมีโมเลกุลน้ำผสมอยู่ข้างใน ซึ่งจะให้จุดเดือดของน้ำมันเบรคเดิมลดลง และส่งผลต่อประสิทธิภาพของการเบรคได้ โดยน้ำมันเบรคที่มีน้ำเกิน 3.7% จะถือว่าเป็นน้ำมันเบรคที่เริ่มเสื่อมสภาพ

               ซึ่งจุดเดือดเปียกตามข้อสรุปที่กล่าวมานี้คือน้ำมันเบรคเก่าที่ความหนืดลดลงเนื่องจากมีอายุการใช้งานมากหรือมีน้ำผสมจนใช้ไม่ได้

 

ค่ามาตรฐานน้ำมันเบรคชนิดต่างๆ

DOT 2 จุดเดือดแห้ง 190 องศาเซลเซียส จุดเดือดเปียก 140 องศาเซลเซียส

DOT 3 จุดเดือดแห้ง 205 องศาเซลเซียส จุดเดือดเปียก 140 องศาเซลเซียส

DOT 4 จุดเดือดแห้ง 230 องศาเซลเซียส จุดเดือดเปียก 155 องศาเซลเซียส

DOT 5 จุดเดือดแห้ง 260 องศาเซลเซียส จุดเดือดเปียก 180 องศาเซลเซียส

DOT 5.1 จุดเดือดไม่ต่ำกว่า 260 องศาเซลเซียส จุดเดือดเปียก 180 องศาเซลเซียส

 

คุณภาพ DOT ของน้ำมันเบรค เรื่องที่คุณต้องรู้ก่อนจะเปลี่ยน

ระบบเบรคภายในรถยนต์จะมีการใช้น้ำมันเป็นตัวส่งกำลังไปยังระบบเบรคตามล้อ

 

ข้อควรรู้การเลือกใช้น้ำมันเบรค

               น้ำมันเบรคที่ให้ค่า DOT ที่แตกต่างกันนั้น มาจากการผสมสารเคมีที่แตกต่างกัน โดย DOT 2-3 จะผสมด้วย Glycol ส่วน DOT 4 ขึ้นไปจะผสม Silicone oil และสำหรับ DOT 5.1 จะผสม Glycol Ether/Borate Ester ซึ่ง 5.1 นั้นจะใช้สำหรับรถที่มีระบบเบรก ABS เป็นหลัก นั่นเพราะว่า น้ำมันเบรก DOT 5 ไม่สามารถใช้ได้กับระบบเบรก ABS นั่นเอง และโดยส่วนมากจะใช้น้ำมันเบรค DOT 3 หรือ 4 มากกว่า หากดูในชั้นวางน้ำมันเบรคจะพบ DOT ระดับนี้เป็นส่วนมาก

               อย่างที่สองก็คือ หากคุณใช้น้ำมันเบรกยี่ห้ออะไร DOT เท่าไหร่ ให้ "รักเดียวใจเดียว" เท่านั้น ถ้าต้องการประหยัดค่าซ่อมบำรุง เพราะน้ำมันเบรคแต่ละชนิดและแต่ละ DOT ห้ามผสมหรือเจือปนเด็ดขาด เพราะจะส่งผลต่อการลดอายุการใช้งานของระบบเบรคได้ ทางที่ดี หากเกิดอยากเปลี่ยนเป็นยี่ห้อใหม่หรือเปลี่ยน DOT ควรถ่ายน้ำมันเบรคของเดิมออกให้หมดก่อนเสมอ

               และอย่าลืมหมั่นเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรกทุกๆ 1-2 ปี เช็คสภาพระบบเบรคและระบบจ่ายน้ำมันเบรคให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์อยู่เสมอ และไม่ควรให้น้ำมันเบรคไปหกเลอะเทอะตามเครื่องยนต์หรือตัวถังรถโดยเด็ดขาด หรือแม้แต่การวางขวดบนฝากระโปรงรถก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เพราะน้ำมันเบรคสามารถกัดสีรถจนผุพังได้

               เมื่อคุณรู้จักน้ำมันเบรคแล้ว อย่าลืมจำเอาไว้ว่าล่าสุดใช้ยี่ห้ออะไรและ DOT เท่าไหร่ เมื่อต้องมีแผนเปลี่ยนน้ำมันเบรคจะเลือกได้สบายใจ ประหยัดค่าใช้จ่ายระยะยาว 

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก volkswagen.ie และ howacarworks.com

 

               ข่าวอื่นๆ ของวิธีบำรุงรักษารถยนต์

-เกียร์ออโต้ ขับอย่างไรให้กินน้ำมันน้อยลง?

-บำรุงรักษารถ 6 วิธี ง่ายๆทำเองได้ทุกวัน

-วิธีการดูแลรักษาเบาะหนังรถยนต์

 

 

boytaku boxza
เขียนโดย: boytaku boxza
เมื่อ: 17 ธันวาคม 2557 - 15:47

ข่าวที่ใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

ติดตามข่าวสารจาก Jarm.com

หน้าต่างนี้จะปิดใน 30 วินาที ปิดหน้าต่างนี้