Mercedes-Benz S-Class ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ หัวใจหกสูบเรียง เพิ่มระบบขับอัตโนมัติ

Mercedes-Benz S-Class W222 รุ่นปกติ

 

          Mercedes-Benz S-Class รหัสตัวถัง W222 รถหรูที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ทำตลาดมาตั้งแต่ปี 2013 ก็ได้เวลาเหมาะที่จะกระตุ้นตลาดอีกครั้งด้วยการปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ยังคงความเป็นผู้นำความหรูเนี๊ยบและออพชั่นเยอะตามสไตล์เยอรมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบขับขี่อัตโนมัติ ซึ่งเป็นจุดเด่นของรุ่นปรับโฉมนี้

ภายในตกแต่งใหม่ ทั้งวัสดุและโทนสีหลากหลาย

 

          การไมเนอร์เชนจ์ภายนอกของ Mercedes-Benz S-Class รุ่นใหม่ เริ่มจากเปลี่ยนลายกระจังหน้าใหม่ จากเดิมเส้นหนาเป็นเส้นบางคู่ขนานกัน ไฟหน้าเปลี่ยนลายเส้น LED ภายในโคมเป็นแบบ 3 เส้นและปรับขนาดไฟหน้าดวงเดียวใหญ่ขึ้น กันชนเปลี่ยนช่องดักลมเป็นทรงชามคว่ำที่ใหญ่กว่าเดิม ไฟท้ายเป็น LED ลายใหม่มีลูกเล่นแสงสีเหมือนอัญมณี ซึ่งเกิดจากการใช้เส้นไฟเบอร์ออพติกพาดขวาง กันชนท้ายออกแบบใหม่ให้ฝังปลายท่อไอเสียอย่างแนบเนียน

เซ็นเซอร์ระบบสัมผัสบนก้านพวงมาลัย

 

          ภายใน Mercedes-Benz S-Class ใช้คอนโซลทรงเดิม เปลี่ยนการตกแต่งด้วยลายหนังใหม่และโทนสีใหม่ มีจุดเปลี่ยนเด่นชัดมาที่สุด คือ พวงมาลัย จากเดิมที่เป็นแบบ 2 ก้านทรงเหลี่ยม กลายเป็นพวงมาลัย 3 ก้านมีนวมแตรวงกลม ตามแบบรถสปอร์ตในค่าย แถมเพิ่มแผงตรวจจับระบบสัมผัสที่ก้านพวงมาลัย ควบคุมด้วยการใช้นิ้วลากผ่านเซนเซอร์ดังกล่าว ไปสั่งการทิศทางตามการลากนิ้วบนหน้าจออินโฟเทนเม้นท์ขนาด 12.3" ที่กลางคอนโซล พร้อมระบบเครื่องเสียงใหม่ ที่มีลำโพงครบทุกย่านเสียงแบบ 3 มิติ มีระบบไฟ 48 โวลต์ พร้อมแท่นชาร์จมือถือแบบไร้สาย

Mercedes-Maybach

 

          ระบบความปลอดภัยไฮเทคครบครัน ทั้งระบบรักษาเลน เตือนจุดบอด และเบรคอัตโนมัติ เป็นมาตรฐานในทุกรุ่น และเพิ่มความวางใจไปอีกด้วยระบบขับขี่อัตโนมัติ Distronic ช่วยรักษาเลนอัตโนมัติ ช่วยเปลี่ยนเลนตอนแซงได้เอง และรักษาระยะห่างคันหน้าอัตโนมัติ อีกทั้งยังล้ำไปอีกด้วยระบบช่วยจอดรถในที่แคบ ให้เจ้าของรถควบคุมด้วยมือถือจากภายนอก ที่สำคัญ Mercedes-Benz S-Class เสริมความล้ำทางวิศวกรรมไปอีก ด้วยช่วงล่างเอียงรถได้ 2.65 องศา ช่วยลดแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางที่ผู้โดยสารรู้สึกได้ 

           Mercedes-Benz S-Class มีขุมพลังมาตรฐานเดิมจากโรงงาน เริ่มต้นกับดีเซล 6 สูบเรียง 3.0 ลิตร กับรุ่น S350d 4Matic ผลิตกำลัง 286 แรงม้า กับแรงบิด 600 นิวตัน-เมตร ต่อมาเป็นรุ่น S400d 4Matic ให้กำลัง 340 แรงม้า ที่มีแรงบิด 700 นิวตัน-เมตร และรุ่นท๊อปสุดเบนซิน V8 ในรุ่น S560 กับพลัง 469 แรงม้า พร้อมแรงบิด 700 นิวตัน-เมตร แม้ขุมพลังเดิม แต่ใช้เปลี่ยนท่อไอเสียสูตรใหม่ และจานเบรคใช้วัสดุคอมโพสิตที่เบาลง 20% กว่ารุ่นเดิม

Mercedes-Benz S65 AMG V12

 

          นอกจากรุ่นปกติที่ปรับโฉมแล้ว ยังมีรุ่นแรงสุด AMG ที่เปลี่ยนทรงกันชนใหม่ เพิ่มช่องดักลมลายตะแกรงที่สปอร์ตไปอีก ด้านหลังเปลี่ยนดิฟฟิวเซอร์ทรงใหม่ที่ฝังท่อไอเสีย ส่วนรุ่น Maybach จะเปลี่ยนลายกระจังและกันชนใหม่ ที่เสริมด้วยโครเมียมตามขอบสันต่างๆ มีล้อแม็กมีให้เลือกตั้งแต่ 19-20 นิ้ว ตามแต่ละรุ่นย่อย

          Mercedes-AMG ใช้เครื่องเบนซินแรงขนาด 4.0 ลิตร V8 ทวินเทอร์โบ ให้กำลัง 612 แรงม้า และแรงบิด 900 นิวตัน-เมตร ส่งผ่านเกียร์ออโต้ 9 สปีด ปั่นสู่ลอหลังให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ภายใน 3.5 วินาที ส่วนรุ่น S65 ใช้เครื่องเบนซิน 6.0 ลิตร V12 ทวินเทอร์โบ ได้กำลัง 630 แรงม้า กับแรงบิด 1,000 นิวตัน-เมตร Mercedes-Benz S-Class รุ่นไมเนอร์เชนจ์เปิดตัวแล้วในงาน 2017 Shanghai Auto Show พร้อมจะลงโชว์รูมขายใน 2-3 เดือนหน้าทั้งรุ่นมาตรฐานจนถึงท็อปสุด

 

CR: carscoop

boytaku boxza
เขียนโดย: boytaku boxza
เมื่อ: 20 เมษายน 2560 - 15:22

ข่าวที่ใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

ติดตามข่าวสารจาก Jarm.com

หน้าต่างนี้จะปิดใน 30 วินาที ปิดหน้าต่างนี้