Jaguar เปิดตัว All-New I-Pace เอสยูวีพลังไฟฟ้าสุดล้ำ ครบครันทั้งความแรง ทันสมัย และเสน่ห์อย่างลงตัว

 

          All-New Jaguar I-Pace เอสยูวีพลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกของแบรนด์ ได้รับการพัฒนาเพื่อให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ล้ำสมัยในทุกๆ ด้าน ทั้งการออกแบบบุคลิกที่ถ่ายทอดความสปอร์ตเข้มจาก C-X75 Supercar Concept โดยให้ประสิทธิภาพหลักอากาศพลศาสตร์ที่ดีเยี่ยม ออพชั่นอันล้ำสมัย และเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าที่เหนือระดับ

 

          Jaguar I-Pace ได้รับการออกแบบด้านหน้ารถแบบ Cab-forward ส่วนด้านหลังแบบ Squared-off สำหรับกระจังหน้าสามารถเปิด-ปิด ที่ช่วยทั้งการระบายความร้อน และเพิ่มประสิทธิภาพตามหลักอากาศพลศาสตร์ ทั้งหมดนี้ จึงให้ค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านทานอากาศต่ำเพียง 0.29Cd และออพชั่นภายนอกที่ครบครัน และได้รับการออกแบบให้มีความทันสมัยอย่างลงตัว ทั้งระบบส่องสว่าง LED, หลังคาพาโนรามิคซันรูฟ, สปอยเลอร์ท้าย เป็นต้น

 

          ภายในได้รับการออกแบบเพื่อมอบความหรูหรา ทันสมัย และกว้างขวาง นั่งสบาย ซึ่งทางบริษัทฯ ได้จัดสรรภายในเพื่อให้พื้นที่วางขาด้านหลังกว้างถึง 890 มม. มีพื้นที่ความจุห้องสัมภาระท้ายที่ 656 ลิตร หากพับเบาะหลังทั้งหมด จะสามารถขยายความจุมากถึง 1,453 ลิตร สำหรับออพชั่นภายในเด่นๆ ได้แก่ ระบบอินโฟเทนเมนต์ Touch Pro Duo รุ่นใหม่ ประกอบด้วยหน้าจอสัมผัสด้วยเซ็นเซอร์แบบ Capacitive และระบบตรวจจับการเคลื่อนไหวของร่างกาย, ระบบนำทาง EV, Amazon Alexa ฯลฯ

 

          Jaguar I-Pace ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าไว้สองชุด มอบกำลังรวมสูงสุดถึง 400 แรงม้า แรงบิด 696 นิวตัน-เมตร ขับเคลื่อนสี่ล้อ พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 90 กิโลวัตต์ จำนวน 432 เซลล์ สามารถวิ่งได้ไกลถึง 475 กม. สำหรับระยะเวลาชาร์จไฟ หากชาร์จไฟด้วย DC กำลัง 50kW สามารถชาร์จไฟให้ได้มากกว่า 80% ในระยะเวลา 85 นาที แต่ถ้าเป็น DC กำลัง 100kW ก็จะใช้เวลาในการชาร์จไฟน้อยลงเหลือเพียง 40 นาที เท่านั้น แต่ถ้าหากชาร์ไฟบ้านผ่าน AC 7kW ก็จะต้องใช้เวลานานถึง 10 ชั่วโมง จึงจะชาร์จได้ความจุมากถึง 80%

 

          Jaguar I-Pace มอบอัตราเร่งจาก 96 กม./ชม. เพียง 4.5 วินาที ทางด้านตัวรถได้รับการออกแบบให้กระจายน้ำหนักเท่ากันที่ 50 : 50 ประกอบกับชุดแบตเตอรี่ที่ได้รับการออกแบบเพื่อส่งเสริมการกระจายน้ำหนักให้สมดุลเช่นเดียวกัน ส่วนระบบกันสะเทือนใช้โช้คถุงลม

 

          Jaguar I-Pace เตรียมวางจำหน่ายในอังกฤษเร็วๆ นี้ มีให้เลือกทั้งรุ่น S, SE และ HSE รวมไปถึงรุ่น First Edition ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 63,495 ปอนด์ หรือคิดเงินไทยที่ 2.75 ล้านบาท (ยังไม่รวมภาษี)

boytaku boxza
เขียนโดย: boytaku boxza
เมื่อ: 2 มีนาคม 2561 - 17:45

ข่าวที่ใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook