Ford Everest โฉมไมเนอร์เชนจ์ เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีใหม่ เด็ดด้วยขุมพลังจาก Ranger Raptor

 

          ฟอร์ด ประเทศไทย ประกาศเปิดตัว New Ford Everest (ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่) อย่างเป็นทางการ ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ของรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดกลางไปอีกขั้น ด้วยประสิทธิภาพ เทคโนโลยี และความปลอดภัย พร้อมสมรรถนะการขับขี่อย่างเหนือชั้น ทั้งบนทางเรียบและแบบออฟโรด พร้อมมอบความหรูหราและสะดวกสบายยิ่งขึ้น ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ เปิดรับจองแล้ววันนี้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการ Ford ทั่วประเทศ และส่งมอบให้กับลูกค้าตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2561 เป็นต้นไป

 

          คุณยุคนธร วิเศษโกสิน ประธาน ฟอร์ด อาเซียน และกรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว "ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ สานต่อความโดดเด่นจากฟอร์ด เอเวอเรสต์ รุ่นปัจจุบัน ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย ด้วยการนำความคิดเห็นจากผู้บริโภคที่มีต่อเอเวอเรสต์ รุ่นปัจจุบันมาพัฒนาประสิทธิภาพ สมรรถนะ และความสะดวกสบาย ให้ตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ได้อย่างดียิ่งขึ้นกว่าเดิม พร้อมตอกย้ำความเป็นหนึ่งในรถยนต์อเนกประสงค์ที่ชาญฉลาดและปลอดภัยที่สุดในตลาด"

 

           Ford Everest ใหม่ ตอกย้ำความแข็งแกร่งของรถยนต์อเนกประสงค์ที่โดดเด่นด้วยการยกระดับเทคโนโลยีล้ำสมัย อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะ คุณภาพของอุปกรณ์อันยอดเยี่ยม และสมรรถนะที่ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น เพื่อมอบประสิทธิภาพและความคล่องตัวเมื่อขับขี่ในเมือง แต่ยังคงความแข็งแกร่งสมบุกสมบันอย่างเหนือชั้นเมื่อขับขี่ออฟโรด โดยในรุ่น ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไทเทเนี่ยม พลัส ใหม่ มาพร้อมระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนนของฟอร์ด ซึ่งผสานระบบเบรกแบบ Autonomous Emergency Braking (AEB) เข้ากับระบบตรวจจับคนเดินถนน (Pedestrian Detection) และระบบตรวจจับยานพาหนะ (Vehicle Detection) บริเวณรอบตัวรถเพื่อหยุดรถและช่วยลดอัตราการชนท้ายและการชนคนเดินถนนลง โดยระบบนี้จะทำงานเมื่อใช้ความเร็วสูงกว่า 3.6 กม./ชม. ขึ้นไป

 

            มอบความสะดวกสบายยิ่งขึ้นกว่าเดิมด้วยฟีเจอร์ใหม่มากมาย ได้แก่ ระบบตรวจจับลมยาง (Tire Pressure Monitoring System) ซึ่งได้รับการติดตั้งในรถระดับนี้เป็นครั้งแรก จะคอยตรวจวัดความดันลมในยางล้อทั้ง 4 ล้อ และเตือนผู้ใช้งานเมื่อความดันลมเปลี่ยนแปลง ระบบนี้นอกจากจะช่วยเสริมประสิทธิภาพการใช้น้ำมันแล้ว ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัย และยืดอายุการใช้งานของยางอีกด้วย นอกจากนี้ ผู้ขับขี่จะได้รับความสะดวกสบายจากระบบประตูท้ายเปิด-ปิด ด้วยไฟฟ้าแบบแฮนฟรี เพียงยื่นเท้าไปที่ใต้กันชนท้าย ประตูท้ายจะเปิดโดยอัตโนมัติ พร้อมกุญแจรีโมทอัจฉริยะ และปุ่มสตาร์ทรถอัตโนมัติ

 

          ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ ทุกรุ่น ได้รับการติดตั้งระบบ SYNC 3 ที่รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมระบบบลูทูธ จอทัชสกรีน ฟูลคัลเลอร์ ขนาด 8.0 นิ้ว และกล้องมองหลัง ผู้ขับขี่สามารถใช้งาน Apple Maps และระบบแผนที่นำทางด้วยดาวเทียมซึ่งติดตั้งมากับรถ เมื่อออกนอกพื้นที่ที่มีสัญญาณโทรศัพท์อีกด้วย

 

          ระบบซิงค์ 3 ยังมาพร้อมระบบจดจำเสียง และระบบสั่งงานเสียงด้วยภาษาไทย เพื่อการใช้งานที่คล่องตัวยิ่งขึ้น ระบบช่วยโทรฉุกเฉิน (Emergency Assistance) ที่ได้รับการพัฒนามาขึ้นอีกขั้น เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธด้วยระบบ SYNC® และต่อสายไปที่เบอร์ 1669 เมื่อเกิดอุบัติเหตุ หรือต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉิน เพิ่มความอุ่นใจในการเดินทาง

 

          Ford Everest ใหม่ ยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะอันเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์รุ่นนี้ ให้ผู้ใช้งานได้เพลิดเพลินกับประสบการณ์การขับขี่อย่างสะดวกสบายและปลอดภัย ได้แก่

  • ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping System)
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning System)
  • ระบบแจ้งเตือนการขับขี่ (Driver Alert System)
  • ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัจฉริยะ (Auto High Beam Control)
  • ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ (Active Park Assist)
  • ระบบตรวจจับรถในจุดบอด (BLIS - Blind Spot Information System) ที่มาพร้อมระบบตรวจจับรถขณะออกจากซองจอด (Cross Traffic Alert)
  • กล้องมองหลังขณะถอยจอดและสัญญาณเตือนระยะจอดด้านหน้า (Rear View Camera and Sensors)

 

          Ford Everest ใหม่ โดดเด่นสะดุดตาด้วยดีไซน์กระจังหน้าใหม่ และไฟหน้า HID มอบประสิทธิภาพส่องสว่างกว่าไฟหน้าทั่วไป พร้อมล้ออัลลอยแบบก้านคู่ (Split-Spoke) ขนาด 20 นิ้ว ช่วยเสริมให้รถดูดุดันและหรูหราอย่างมีระดับ ห้องโดยสารตกแต่งด้วยโทนสีดำ มอบความหรูหรายิ่งขึ้น และยังเสริมความโดดเด่นด้วยเส้นสายรอบคัน อีกทั้งเพิ่มความนุ่มนวลของจุดสัมผัสต่างๆ ในห้องโดยสาร เพื่อความรู้สึกหรูหราและสะดวกสบายในการใช้งาน

 

          ไฮไลท์สำคัญของ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ นี้ รุ่นไทเทเนี่ยม พลัส ได้มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ไบเทอร์โบ (Bi-turbo Diesel Engine) และระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ให้สมรรถนะสูงสุดถึง 213 แรงม้า (157 กิโลวัตต์) เพื่อการขับขี่ที่คล่องตัวและนุ่มนวลยิ่งขึ้น พร้อมลดเสียงรบกวนจากการทำงานของเครื่องยนต์ไปในเวลาเดียวกัน รวมไปถึง เครื่องยนต์ไบเทอร์โบยังสามารถกระจายแรงบิดได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ด้วยแรงบิดสูงสุด 500 นิวตัน-เมตร ที่ความเร็ว 1,750 รอบ/นาที ระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งกำลังและเร่งความเร็ว ช่วยให้การขับรถบนทางลาด เช่น การขับรถขึ้นภูเขาที่ลื่นและลาดชันง่ายดายยิ่งขึ้นกว่าเดิม

 

          ศักยภาพในการขับขี่แบบออฟโรดอย่างเหนือชั้นของฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ มาพร้อมความคล่องตัวในการขับขี่บนทางเรียบและความสะดวกสบาย ปราศจากเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร ร่วมกับ Ford Everest ทุกรุ่น ได้รับการพัฒนาระบบกันสะเทือน ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถควบคุมรถยนต์ได้อย่างง่ายดายและมั่นใจยิ่งขึ้นในทุกสภาพถนน

 

           ระบบตัดเสียงรบกวนจากภายนอก (Active Noise Cancellation) มอบห้องโดยสารที่ปราศจากเสียงรบกวน ในขณะที่กระบวนการวิศวกรรมออกแบบให้ความสำคัญกับการลดเสียงรบกวนจากเครื่องยนต์ และระบบเกียร์ ควบคู่กับการพัฒนาซีลกันเสียงและวัสดุดูดซับเสียงภายในห้องโดยสารให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นอีกด้วย

 

        Ford Everest ใหม่ มีสีให้เลือกทั้งหมด 6 สี รวมถึงสีใหม่ Diffused Silver Metallic และสีมาตรฐาน ได้แก่ Aluminum Metallic, Absolute Black Metallic, Arctic White, Sunset Metallic และ Blue Reflex Metallic รวมไปถึงรุ่นย่อยและราคาของ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ วางจำหน่ายทั้งหมด 4 รุ่น ดังนี้

  • รุ่นไทเทเนี่ยม พลัส เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ไบเทอร์โบ ขับเคลื่อน 4 ล้อ เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ราคา 1,799,000 บาท
  • รุ่นไทเทเนี่ยม พลัส เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ ขับเคลื่อน 2 ล้อ เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ราคา 1,599,000 บาท
  • รุ่นไทเทเนี่ยม เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ ขับเคลื่อน 2 ล้อ เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ราคา 1,439,000 บาท
  • รุ่นเทรนด์ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ ขับเคลื่อน 2 ล้อ เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ราคา 1,299,000 บาท

          นอกจากนี้ ลูกค้าฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ จะได้รับความคุ้มค่าและความสะดวกสบาย ด้วยบริการฟรีค่าแรงในการตรวจเช็คตามระยะสูงสุดถึง 5 ปี หรือภายในระยะ 75,000 กิโลเมตร เพียงเข้าตรวจเช็คระยะทุก 15,000 กิโลเมตร หรือทุก 1 ปี

หมายเหตุ: รายละเอียดของอุปกรณ์ และเทคโนโลยีต่างๆ จะแตกต่างกันไปใน Ford Everest ใหม่ แต่ละรุ่น

boytaku boxza
เขียนโดย: boytaku boxza
เมื่อ: 10 กรกฏาคม 2561 - 17:54

ข่าวที่ใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook